:: Love gives us a fairy tale ::

Endless story # 3

Endless story # 3
(Since 08 Nov 98 - 08 Nov 09)



ไม่เคยลืม....... ฤดูร้อนเมื่อตอนอายุสิบหกได้เปลี่ยนทั้งชีวิต

ทั้งที่เหมือนไม่ค่อยเข้าใจไอ้ความรู้สึกอึดอัดในอกนั่นสักเท่าไหร่
แต่ก็เข้าใจมันได้ดีโดยใช้เวลาเพียงไม่นานนัก

ความรักที่เกิดขึ้น... ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะยอมรับ หรือเข้าใจได้แน่
แต่ยังไงก็หยุดไม่ได้แล้ว


二人で見た夜明けのあの色
きれいなムラサキだったね
Futari de mita yoake no ano iro
Kirei na murasaki datta ne


.......... แสงสีม่วงที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นคือแสงแรกของรุ่งอรุณยามเช้าก่อนที่ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงตัดผ่านเส้นขอบฟ้า.......... เพียงชั่วครู่ความสว่างเริ่มกระจ่างทั้งผืนฟ้าและผืนน้ำ แสงสีม่วงค่อยๆ จางเปลี่ยนเป็นสีทองกระจ่างทอแสงริ้วมาแทนที่ กระจายออกเป็นริ้วๆ........แล้วเพียงชั่วเวลาไม่นานก็เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามของวันใหม่.......


‘สวยชะมัดเลย...โชคดีจริงๆ ที่ได้มาเห็น...’

‘อืม..... ไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย....’


............ชั่วขณะที่ได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติตรงหน้า
กลับถูกความน่ามองอย่างอื่นดึงดูดให้สะกดสายตา................

เป็นเพราะเวทมนต์ของโอกินาว่ารึยังไงนะทำให้เด็กผู้ชายซุกซนขี้เล่นคนนึงดูแปลกไปจากที่เคยเห็นมาตลอด........ ราวกับความรู้สึกบางอย่างถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่จงใจมองข้ามมันตลอดมา..........และนี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าพระเจ้าสร้างสิ่งมีชีวิตให้งดงามได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ.................

‘อยู่ข้างๆ กัน.......ตลอดไปนะ....’


คำพูดที่เปรยออกมาคล้ายกับละเมอ....สีหน้าของเด็กผู้ชายตรงหน้าติดจะแปลกใจนิดๆ แต่ก็พยักหน้าอย่างงงๆ ตอบกลับมา ภาพของเด็กผู้ชายธรรรมดาๆ คนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าเค้า ณ เวลานั้น มาถึงตอนนี้ก็จำมันได้ดี...........


ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปสายลมฤดูร้อนของโอกินาว่าก็ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ เหมือนคอยเตือนให้ระลึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ที่ไม่เคยจางลงแม้เพียงนิด.....


กระพริบตาถี่ๆ ก่อนลืมตาขึ้นจากพวังความคิด... เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำและฉายภาพเดิมซ้ำทุกครั้งที่คิดถึง


นี่เค้าคงจะเป็นคนที่โหยหาแต่อดีตมากเสียจนเกินไปแล้วสินะ
...................ถึงได้มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากกับปัจจุบันแบบนี้..........


""""ไปจากที่นี่ซะ............ไปจากญี่ปุ่น.......จนกว่าจะรู้จักรับผิดชอบการกระทำของตัวเองแล้วค่อยกลับมา""""


เสียงที่เหมือนดั่งคำสั่งประกาศิตดังก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงสะท้อน...
.......จินอยากจะร้องไห้นัก........... จะให้ทิ้งทุกอย่าง.............
...............ทิ้งคนอันเป็นที่รัก แล้วจากไปอย่างนั้นหรือ.............
จะทำได้ยังไงกัน....................... เค้าจะทำได้ยังไง?........................


กลั้นก้อนสะอื้นในลำคอ... กดไรฟันกับริมฝีปากแน่นจนน่ากลัวว่าเลือดจะไหล.. ขยับตัวเอื้อมหยิบกรอบรูปเล็กๆ ที่หัวเตียงพลางจ้องมองคนในรูปถ่ายอย่างรักใคร่.... รอยยิ้มไร้เดียงสาของทั้งตัวเค้าและคนข้างๆ ดูช่างมีความสุขนัก.. ไม่ต้องคิด ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้าง...

.....อยากย้อนเวลากลับไป...........ชีวิตวัยเยาว์ที่เหมือนภาพในความฝัน.........



"...............ณ จุดเริ่มต้นของพวกเรา อยากให้เวลาหยุดอยู่เพียงแค่นั้น แล้วอย่าได้มีวันนี้เลย วันที่ต้องทำใจยอมรับว่าต้องห่างจากนายไป อย่างไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ยืนเคียงกันอีก....."



........สะอื้นเสียงเบาในลำคอ นึกสมเพชตัวเองที่ช่างอ่อนแอนัก.......



あの日に見たムラサキを
また見にいけたらいいな
Anohi ni mita murasaki wo
Mada mi ni iketara ii na



.....แสงสีม่วงที่สวยงาม......... ถ้าทำได้อยากให้เวลาหยุดอยู่ ณ ที่ตรงนั้น.....


.......ตลอดไป...............



.............................................................................



"บ้าชะมัด!! ทำไมในเวลาแบบนี้ดันติดต่อไม่ได้นะ!!"
ขว้างโทรศัพท์ลงข้างตัวอย่างหัวเสีย คาเมะกระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติดพื้น เค้าติดต่อจินไม่ได้นี่ก็เข้าวันที่สองแล้ว ทั้งที่พยายามโทรหากลับเจอแต่บริการรับฝากข้อความโง่ๆ จนนึกอยากจะเกลียดเสียงตอบรับอัติโนมัตินั่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล..

"เฮ้อ..." ถอนหายใจยาว ส่ายหน้าช้าก่อนก้มหยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาจินอีกครั้ง.. นึกหงุดหงิดแล้วก็รำคาญอย่างบอกไม่ถูก อยากทิ้งทุกอย่างทิ้งงานตรงหน้านี้แล้วตรงดิ่งไปหาจินแต่ก็ทำไม่ได้.... พยายามทำใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ในตอนนี้ อย่างน้อยถ้างานตรงหน้าเสร็จเร็วขึ้นสักนิด ก็จะได้รีบไปหาจินสักที...



.............................................................................



ไม่รู้ว่าหลับไปนานขนาดใหน จินรู้ตัวอีกทีตอนที่มีคนมากดกริ่งหน้าประตูห้อง ยังไม่ทันที่จะเห็นคนตรงหน้าชัด แรงผลักอย่างแรงทำให้จินเซจนเกือบล้มเพราะแรงดันจากคนที่อยู่อีกฝากของประตู

"พวกนาย!!" ตกใจกับภาพที่ได้เห็น สมาชิกแทบทุกคนของคัทตุนมาอยู่ตรงหน้าเค้าแต่กลับไร้เงาของคนที่เค้าอยากจะพบมากที่สุด พยายามชะโงกมองหาใครบางคนจากกลุ่มคนตรงหน้า.. ก่อนก้มหน้าอย่างผิดหวังเดินกลับเข้ามาในห้อง

"คาเมะจังให้พวกฉันมาดูนาย บอกว่าติดต่อนายไม่ได้มาสองวันแล้ว" โคคิเดินตามพลางเอื้อมมือแตะที่บ่าจิน สังเกตุจากสีหน้าของจินแล้วก็นึกสงสาร แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เค้าจะไปช่วยอะไรจินได้

"อาจจะไม่ใช่เรื่องที่สมควรพูดตอนนี้แต่เพราะเรื่องของนายทำให้ตารางงานที่แน่นอยู่แล้วของคาเมะ กลับแน่นขึ้นมากกว่าเดิม" ยูอิจิเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาบ้างเพราะเข้าใจว่าจินคงผิดหวังที่คาเมะไม่ได้มาด้วย และเค้าเองก็นึกเป็นห่วงสมาชิกอายุน้อยที่สุดในวงที่เป็นเหมือนดังตัวแทนคัทตุน ตัวผอมๆเล็กๆกว่าใครแต่กลับทำงานหนักและรับภาระมากกว่าใครทั้งหมดดูแล้วน่าเป็นห่วงนัก

"พรุ่งนี้ต้องแถลงข่าวแล้วสินะบอกคาเมะรึยัง? คาเมะไม่ใช่คนโง่ ฉันว่าเค้าพอจะเดาเหตุการณ์อะไรออกบ้างแล้ว แต่สิ่งที่นายควรทำคือบอกให้รู้จากปากของนายเอง" จุนโนะเดินตามมาแตะไหล่จินพลางนั่งลงข้างๆ จริงอยู่ที่พวกเค้าได้ฟังเรื่องราวจากปากของจินแล้ว แต่คนที่จินควรจะบอกมากที่สุดกลับยังไม่ได้รับฟังอะไรจากปากจินทั้งนั้น

"รีบไปหาคาเมะจังจะดีกว่านะ" โคคิลงนั่งประกบอีกข้างของจิน เค้าเป็นห่วงจินแต่ก็ไม่ได้เป็นห่วงคาเมะน้อยไปกว่าจินเลย


"กลัวเหรอที่จอนนี่ซังสั่งเอาไว้?"

เสียงนิ่ง เย็น ราบเรียบราวกับจับความรู้สึกจินเอาไว้ได้ทั้งหมด ร่างสูงหันมองคนที่เพิ่งพูดสิ่งที่ทำให้เค้านึกแปลกใจอย่างที่สุด กลับสบตาเข้าอย่างจังทำให้จินรีบหลบสายตา คนๆ นี้มีเรื่องให้จินแปลกใจได้เสมอมาตั้งแต่เมื่อก่อน ทั้งที่จินไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แต่อุเอดะกลับคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ่งที่จินคิดได้ราวกับอ่านใจเค้าได้ยังไงยังงั้น.. จินไม่ได้ตอบอะไรก้มหน้าใช้ความคิดคนเดียวเงียบๆ........


"นายไม่ใช่คนประเภทที่ใครจะบังคับได้เลยนะจิน..."


ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินดูจะช่วยเพิ่มความกล้าให้คนขี้ขลาดคนนี้ได้มากนัก... จินเงยหน้าสบตาอุเอดะและคัทตุนทั้งสาม........พยักหน้าช้าๆ ให้เป็นคำตอบ...........นั่นสินะ


..........................................................



การถ่ายทำที่ยืดเยื้อในที่สุดคาเมะก็ทำให้มันเสร็จเรียบร้อยลงได้เร็วอย่างที่คิดไว้ กลับถึงห้องรีบขว้างกระเป๋าลงกับโซฟากลางห้องรับแขก วิ่งควานหาที่ชาจน์มือถืออย่างร้อนลนเพราะนึกเป็นห่วงกลัวว่าจินจะโทรกลับมา แต่พอหน้าจอที่ดับสนิทเปิดติดขึ้นมาก็ต้องส่ายหน้าอย่างหัวเสียอีกครั้ง ไม่มีทั้งมิสคอล ไม่มีทั้งข้อความ

"ทำบ้าอะไรอยู่นะจิน" พยายามที่จะต่อสายหาจินอีกครั้ง คราวนี้คาเมะเย็นไม่ไหวแล้ว จินที่เงียบไปแบบนี้เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าก็ไม่รู้

เสียงตอบรับอัติโนมัติที่ได้ยินมาตลอดในรอบสองวัน ทำให้ความความใจเย็นที่มีมาตลอดเริ่มจะสิ้นสุดลง คว้ากุญแจรถผลุนผลันเปิดประตูออกจากจากห้องจังหวะเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น..... คาเมะแทบจะตะกายไปหาโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างหัวเตียง...


"จิน...!!" เสียงร้อนรนที่กรอกกลับไปทำให้ต้นสายถึงกับชะงักในน้ำเสียง
จินเงียบอยู่สักพักลังเล...ว่าจะเริ่มพูดอะไรกลับไปก่อนดี...

"เอ่อ.. ขอโทษนะ......." เสียงเบาอ้อมแอ้มในลำคอ

"เฮ้อ........ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ...รู้ใช่มั้ยว่าเป็นห่วง" คาเมะถอนหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องของจินก็โกรธได้ไม่นานเลยจริงๆ

...เสียงนุ่มๆ แบบที่จินเคยได้ยินมาตลอดตอบกลับมา คาซึะยะของเค้าเป็นแบบนี้เสมอมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอาแต่ใจ รึเรื่องทำอะไรไม่คิด ต่อให้จินทำผิดกับเรื่องซ้ำๆ ก็พร้อมจะให้อภัยเค้าเสมอ...

"เอ่อ...... คือ........พรุ่งนี้.......ฉันต้องแถลงข่าว...........................พักงาน.............."
การเริ่มมักยากเสมอ จินอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อนสูดลมหายใจลึกกลั้นใจพูดออกมา

"อืม..........ฉันนคงเป็นคนสุดท้ายที่รู้สินะ"

จินนึกแปลกใจ เคยคิดว่าคาเมะจะโวยวายกว่านี้ กลับเพียงแค่นิ่งไปสักพักก่อนตอบกลับมาอย่างเข้าใจ แต่คาเมะก็เป็นแบบนี้ตลอดเป็นผู้ใหญ่และเข้าใจอะไรได้ง่ายๆผิดกับจิน

"ฉันจะไปที่อื่นนะ.........จะไม่อยู่ที่นี่สักพัก"
"จะไปที่ใหน?.........." คาเมะตกใจแต่ก็พยายามข่มน้ำเสียงให้ปกติ

แต่สำหรับจินตอนนี้น้ำเสียงนั้นมันทำให้จินแทบอยากลุกขึ้นมากรีดร้อง คาซึยะที่เคยคิดว่าเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนรับรู้ได้ง่ายเกินไปราวกับไม่เห็นเค้ามีความสำคัญ...จินเงียบไปสักพัก

"ไม่รู้....ฉันไม่รู้อะไรเลย... ไม่รู้อะไรทั้งนั้น.." เสียงที่เริ่มสั่นจนกลั้นแทบไม่ไหวแล้ว..........ในหัวมันมีอะไรมากมายจริงๆ จินเกลียดการใช้ความคิดอย่างที่สุดและตอนนี้เค้าก็ไม่อยากจะคิดอะไรแล้ว

"จิน....เป็นอะไรรึเปล่า?...ตอนนี้อยู่ที่ใหน? ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้" จับน้ำเสียงที่แปลกไปของจินได้ คาเมะเป็นห่วงจินแค่ใหนไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ ไม่รอให้จินตอบคำถามร่างกายเร็วกว่าสมองแล้ว รีบคว้ากุญแจรถผลุนผลันวิ่งออกจากห้อง

กระชากประตูเปิดออกแรงยังไม่ทันจะก้าวพ้นจากห้องดี ไม่แม้แต่จะจับภาพตรงหน้าได้ถนัดตา แรงที่โถมทั้งน้ำหนักลงมายังเค้า ทำให้คาเมะหงายหลังล้มลงท้าวแขนกับพื้น เสียงกระแทกประตูปิดดังสะท้อนเข้ามาถึงโสตประสาท โทรศัพท์ในมืออีกคนร่วงลงที่พื้นไม่ห่างจากตัวเค้ามากนัก........ก่อนคนร่างสูงกว่าจะตามมาสวมกอดเค้าแน่น......

"คาซึยะ.........คาซึยะ......." จินกอดคนในอ้อมแขนไว้แน่น

"แม้เพียงแค่วันเดียว... นาทีเดียว...ก็ไม่อยากไปที่ใหนทั้งนั้น"


น้ำเสียงสั่นเครือ.......เพราะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ.......จะเกิดอะไรขึ้นกับเค้าบ้าง........ หวาดหวั่นกับอนาคต... ทั้งที่เคยใช้ชีวิตมีความสุขจนเหมือนเป็นเรื่องปกติแต่กลับต้องมาหวาดกลัวกับวันพรุ่งนี้ที่กำลังจะมาถึง......


"ไม่อยากไป.... ฉันไม่อยากไป..... ไม่อยากไปเลย...คาซึยะ"


จินกระชับวงแขนแน่นขึ้นไปอีก คาเมะไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ที่ทำได้ก็แค่ลูบไล้เรือนผมให้สงบลงบ้าง จินดูอ่อนแอจนคาเมะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง รึสรรหาคำพูดอะไรมาปลอบ


"ไปด้วยกันนะ.........นะ.........คาซึ....ไปกับฉันนะ........ไปด้วยกัน"


จินรวบรวมความกล้ากลั้นใจพูดออกมา ความหวังที่ฉายแววสำเร็จเพียงน้อยนิด แต่ในหัวจินมีแต่คำว่าอยากอยู่ด้วยกัน...... มีแต่คำว่าเราสองคน... มีแต่คำว่าจินกับคาซึยะ..........


"ไม่.......ไม่ไปหรอกจิน... ฉันไปด้วยไม่ได้หรอกนะ"


คำปฏิเสธที่ได้รับกลับมารวดเร็วราวกับไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิด ทำให้จินละถอยมามองอีกคนด้วยแววตาที่เจ็บปวด.......... คาเมะแปรความคิดของจินได้ผ่านทางแววตานั้น เม้มริมฝีปากแน่นแต่ก็ยังไม่ทันแม้จะพูดอะไรกลับไป

"เปลี่ยนไปนะ...............คาซึยะ...... เด็ดเดี่ยวและตัดรอนได้เสียจนน่าใจหาย"
น้ำเสียงผิดหวังถูกถ่ายทอดออกมาผ่านใบหน้าเศร้า......


"สำหรับคาซึ.........ทุกอย่างสำคัญเสมอ......ยกเว้น.................จินคนนี้........"


ลุกเดินไปยังกระจกใสบานกว้าง.. วิวที่จินชอบที่สุดทุกครั้งที่มายังห้องนี้
มองออกไปเบื้องนอกนั้น......ไปยังที่ไกลแสนไกล...

"ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ไม่ใช่อย่างที่นายคิด" คาเมะมองตามแผ่นหลังกว้างที่ตอนนี้มันสั่นนิดๆ

ไม่มีสิ่งใหนเลยที่จะสำคัญไปกว่าจิน.......แต่เพราะจินสำคัญที่สุดต่างหาก........

...ที่ไม่ตามจินไปเพราะเค้าก็ต้องพยายามเหมือนกัน.....เพื่อที่จะเตรียมสถานที่ๆ ดีที่สุดไว้ให้เมื่อจินกลับมา.... เพื่อจะได้กลับมายืนข้างกันอีกครั้ง.... ที่ทำลงไปทุกอย่างก็เพราะนึกถึงจินที่สุด...


" คิดถึงนะ.......เมื่อก่อน..........ถ้าทำได้.......อยากย้อนเวลา............กลับไป ณ ตอนนั้น"


"............กลับไปในตอนที่พวกเราเดินไปที่ใหนๆ ได้อย่างใจ"


ความสุขเล็กๆ ที่ตกหายไปตามกาลเวลา.......สำคัญต่อจินเสมอ..


"...........ไม่ต้องคิด ไม่ต้องคอยกังวลสีหน้าคนอื่น......"


......เสียงเศร้าๆ ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่อง......ไม่ใช่แค่จินที่คิดอย่างนั้น คาเมะเองก็ไม่ต่างกัน.......วันวานที่แสนหวาน ความสุข ณ วัยเยาว์............. แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อเวลาเป็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ต่อให้กรีดร้องแค่ใหนก็ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้.......


"ไม่มีใครมาคอยจับผิด ไม่มีคนมาคอยบีบบังคับห้ามในเรื่องไร้สาระ อย่างการที่แค่ฉันยืนข้างคาซึยะ... ก็เหมือนกับมันเป็นความผิดนักหนา"


เมื่อนึกถึงความจริงอันเจ็บปวด.. จินทนไม่ได้ที่จะต้องสะกดกลั้นความอึดอัดที่ท่วมท้นเสียจนหายใจแทบไม่ออกนี้ สะอื้นเสียงเบาในลำคอ.. ก่อนทรุดตัวลงเอนหลังพิงพนักกระจกด้านหลังอย่างอ่อนแรง..........

คาเมะสาวเท้าเร็วไปอยู่ต่อหน้าจิน.......ความรู้สึกของจินเท่านั้นที่มีผลกระทบต่อเค้ามากที่สุด.......สีหน้าของจินมันเจ็บปวดรวดร้าวเกินกว่าที่คาเมะจะทนมองไหว เค้ากดศรีษะจินลงให้ซบที่หน้าอก ไม่อยากทนมองแววตานั้นอีกต่อไปแล้ว .......

"หมดแล้วทุกอย่าง... จบลงแล้ว....ไม่เหลืออะไรแล้ว... จะไม่มีฉันที่ยืนข้างคาซึยะอีกต่อไปแล้ว................"


จากที่เคยคิดว่าไม่มีอะไรแยกเราจากกันได้………. แต่ตอนนี้……….


จินปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย สะอื้นไห้ราวกับเด็กเล็กๆ แต่ต่างกันตรงที่ถ้าเป็นเด็กเล็กคงหยุดร้องได้เมื่อมีมืออ่อนโยนมาลูบหัวปลอบใจ แต่จินไม่เป็นเช่นนั้น ต่อให้อีกคนปลอบโยนแค่ใหนก็ไม่มีทีท่าที่น้ำตานั้นจะเหือดแห้งไปได้เลย... ไม่สามารถหยุดความเสียใจนี้ได้จริงๆ .........


"ทุกอย่างจะดีขึ้น.......มันจะต้องดีขึ้นนะจิน....." คาเมะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น อีกมือก็พลางลูบศรีษะที่สั่นน้อยๆ นั้นอย่างเบามือ จินยังคงซุกหน้าอยู่ที่เค้า.... เสียงสะอื้นไห้ที่เหมือนเด็กๆ ช่างหดหู่ ชวนให้อยากร้องไห้ไปด้วยอีกคน แต่ถ้าจินอ่อนแอ เค้าจะแข้มแข็ง.... จะเป็นสถานที่ให้จินได้พักหัวใจอ่อนแอดวงนั้น... ได้แต่ลูบผมเบาๆปลอบประโลม กอดจินไว้แนบกับอกแววตากร้าว...


".... ฉันรักจินนะ.....พิสูจน์ให้เห็นสิว่าจินดูแลตัวเองได้.......ไม่ว่าจินจะไปอยู่ที่ใหน...หัวใจดวงนี้ก็เป็นของจินเสมอ........อ้อมแขนนี้ยังคงรอคอยจินเสมอ......"


"และเมื่อจินกลับมา..." กัดเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบจะเป็นเส้นตรง พยายามปรับเสียงไม่ให้สั่น ทั้งที่แค่จะเอ่ยปากพูดให้เป็นประโยคก็ยากลำบากแล้ว...


"ฉันจะเตรียมรอยยิ้มแบบที่จินชอบที่สุดไว้รอต้อนรับจินที่เป็นผู้ใหญ่ จินที่พิสูจน์ให้เห็นว่าดูแลตัวเองได้ คนที่ทำให้ฉันภูมิใจเพราะแข้มแข็งกว่าใครทั้งหมด............นะ....จิน...."


"...................คาซึยะ...................."



.........คาซึยะที่อยู่ข้างๆ คอยเป็นกำลังใจไม่ว่าในยามหัวใจอ่อนแอ..... รึแข็งแรง... ทั้งที่ดูบอบบางแต่กลับแข้มแข็ง... พึ่งพาได้ยิ่งกว่าใครทั้งหมด.......

ไม่ว่าเมื่อไหร่หัวใจดวงนี้ก็คอยพึ่งพาอ้อมแขนนั้นอยู่เสมอ....... เพียงแค่ได้ซบหน้าลงกับอ้อมอกตรงหน้า ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอ่อนโยน.... แม้ว่าจะมีเรื่องให้ทุกข์ใจเพียงไรกลับข่มตาหลับได้อย่างเป็นสุขอยู่เสมอ....... ทั้งที่เคยเป็นสุขอยู่เสมอในอ้อมแขนนี้แท้ๆ............

ดวงตาทั้งสองข้างยังคงมีน้ำใสสะอาดไหลรินออกมาเรื่อยๆ ร้องไห้จนตาบวมช้ำมันคงจะไม่ต่างอะไรกับหัวใจที่เจ็บจนช้ำไปหมด……… แค่หายใจเข้า ออก กลับเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้..... เป็นครั้งแรกที่รู้สึกทรมานอยู่ในอ้อมแขนที่เคยมอบแต่ความสุขให้มาตลอด.....



............จินกอดเอวคาซึยะไว้แน่น.......ซบหน้าลงกับอ้อมอกที่ทำให้สงบลงมาก แต่ไม่ได้หักห้ามความเสียใจให้น้อยลงไปได้เลย.........ที่ได้ยินก็มีแค่เสียงสะอื้นเท่านั้น............



..........จินร้องไห้.... ได้แต่ร้องไห้.........ทำได้แค่ร้องไห้จริงๆ.........



.....................................................................................................



'ถ้าวันใหนที่ฉันเกิดเสียใจร้องไห้ขึ้นมา....ปลอบฉันด้วยนะ....'
'เอาไงดีน้า........ปลอบคนไม่เป็นซะด้วยสิ..............'
'ใจร้ายชะมัด.........งั้นถ้าปลอบไม่เป็นก็อยู่ข้างๆ จนกว่าน้ำตาจะหยุดไหลนะ.....สัญญา?....'



.......................................................................................................


to be con. 4


TALK : มีแต่คนบอกว่าอ่านฟิคเราเรื่องใหนก็สงสารจิน.... สงสารจินกันเหรอ? สงสัยฟิคเราเป็นฟิคทรมานจินหละมั้ง^^ แต่เรามองหน้าจินแล้วคิดแต่ฟิคแบบนี้ออกมาได้จริงๆ ยกโทษให้คนแต่งด้วยน่ะคะแฟนๆ จิน^^"

ตอนที่ตั้งใจว่าจะเขียนฟิคฉลองอาคาเมะเดย์ ก็มานั่งนึกว่าในช่วงสิบเอ็ดปีของทั้งสองคนมีเหตุการณ์อะไรที่แรงๆบ้าง แล้วก็นึกได้ในทันทีเลยว่าตอนที่จินพักงานไปแอลเอคิดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะแรงที่สุดแล้ว คิดว่าในตอนนั้นทั้งสองคนคงเศร้าน่าดู T_T แล้วเราก็เป็นอีกคนนึงที่คิดว่าแอลเอเปลี่ยนจุดเปลี่ยนมากๆ เพราะหลังจากจินกลับมาแล้ว อาคาเมะโมเม้นท์ก็เหมือนกลายเป็นเรื่องต้องห้ามไปเลย ทำไมต้องเป็นอย่างงี้ด้วยน้า Y_Y